วิธีลดน้ำหนัก แบบเห็นผลแน่นอนและไม่อันตราย ผมทดลองมาแล้ว! [Part I]

สวัสดีครับบทความนี้จะทำให้เป็นซีรีย์ลดความอ้วนแบบระยะยาวและเห็นผลมาแล้วกับตัวผมเองเลยครับ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าสูตรลดความอ้วนสูตรนี้ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องออกกำลังกาย ผมยืนยันเลยว่าเห็นผลแน่นอนกับวิธีลดน้ำหนักสูตรนี้ครับ

ก่อนอื่นเลยนะครับต้องถามตัวเองก่อนครับว่าอยากลดจริงๆ หรือปล่าว และมีความแน่วแน่มั่นใจในการลดน้ำหนักจริงหรือปล่าวนะครับ เพราะสูตลดน้ำหนักสูตรนี้ผมบอกไว้ก่อนเลยว่าจะต้องมีจิตใจแน่วแน่ที่จะลดน้ำหนักจริงๆ ไม่ใช่ว่าอยากลดแต่ไม่มีความตั้งใจ สำหรับซีรีย์ตัวนี้ผมจะน่าจะเขียนประมาณ 3 ตอนนะครับ โดยตอนแรกจะบอกวิธีการและหลักการวิธีลดน้ำหนักในแบบฉบับของผมเองนะครับ ตอนที่สองและตอนที่สามผมจะมาติดตามผลและแนะนำเมนูใหม่ๆ เพื่อไม่ให้เพื่อนๆ เบื่ออาหารกันครับ

ลดได้จริงเหรอ?

สูตรการลดน้ำหนักสูตรนี้ผมได้มาจากรายการหนึ่งในอินเตอร์เน็ตครับ และผมบอกตรงๆ เลยว่าผมไม่เชื่ออย่างแรงครับ! ผมคิดเสมอว่าการออกกำลังกายคือการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด แต่ความจริงแล้วคือไม่ใช่ครับ การลดน้ำหนักสูตรนี้คือการน้ำเอาพลังงานที่เราเก็บสะสมไว้จนเป็น “ไขมัน” ออกมาใช้ครับ ซึ่งผมใช้สูตรนี้เพียง 15 วัน สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 7 กิโลเลยครับ อยากจะดูว่าน้อยแต่สำหรับผม ผมว่ามันก็เป็นวิธีง่ายๆ แต่ลดได้จริงๆ ครับ แล้วจะทำอย่างไรหล่ะ?

เข้าใจวิธีการเผาผลานพลังงานกันก่อน

เอาหล่ะมาถึงตรงนี้ผมอยากอธิบายหลักการในการเผาผลานพลังงานของร่างกายกันก่อน เพราะจะได้เข้าใจตรงกันนะครับ ง่ายๆ เลยครับ อย่างที่ได้เรียนกันมาว่า ร่างกายของเราต้องการพลังงานต่อวัน 2000 กิโลแคลอรี่ แต่คนส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะคนที่เกิดภาวะอ้วน)?จะกินอาหารเกิน 2000 กิโลแคลอรี่ โดยเฉพาะผมก่อนที่จะลดน้ำหนักผมว่าผมกินไปประมาณ 3000-3500 กิโลแคลอรี่ เลยหล่ะครับ ซึ่งถือว่าเยอะมาก ร่างกายเราใช้ไป 2000 เหลืออีก 1500 มันจะเอาไปไหนหล่ะครับ? ไม่ต้องถามเพราะร่างกายจะเปลี่ยนพลังงานพวกนี้เป็นไขมันแล้วเอาไปซุกไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง แก้ม คาง ต้นขา เป็นต้น เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว หลักการง่ายๆ ของสูตรลดน้ำหนักของผมก็คือ กินอย่างไรไม่ให้เกิน 2000 กิโลแคลอรี่ แต่จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก เพราะหากเราต้องการลดน้ำหนักเราจะต้องกินให้น้อยกว่านี้ แล้วร่างกายเราจะไปดึงพลังงานที่เก็บไว้ตามส่วนต่างๆ ออกมาใช้นั่นเองครับ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ผมตั้งเป้าไว้ว่าวันนึงผมจะกินไม่เกิน 1000 กิโลแคลลอรี่ ครับ ถึงตรงนี้หลายๆ คนอาจเกิดคำถามว่าเอ… แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าของกินแต่ละอย่างมันให้พลังงานเท่าไหร่หล่ะ? มันก็ไม่ยากครับ พวกของกินที่มีวางขายในห้างหรือตามร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่จะมีข้อมูลทางโภชนาการอยู่ครับ แต่สำหรับผมแล้วผมเลือกที่จะทำเองมากกว่าครับ สำหรับใครที่อยากรู้ว่าผมกินอะไรบ้างในแต่ละวันก็อ่านต่อเลยครับ

สลัดและต้มผัก

จะว่าไปแล้วผมก็ไม่ได้กินสลัดหรือกินต้มผักทุกๆ วันหรอกนะครับ เพราะมันก็น่าเบื่อเหมือนกัน แต่เราสามารถทดแทนด้วยอาหารชนิดอื่นๆ ได้ครับ แต่ผมจะอธิบายก่อนว่าสลัดที่ผมกินและต้มผักนี้ผมใส่อะไรบ้างและแต่ละมื้อผมกินอะไรบ้างนะครับ

เช้า

มือเช้าผมกินง่ายๆ เลยครับ แกงจืดหรือต้มผักครับ ไม่ค่อยเป็นปัญหาสำหรับผมเท่าไหร่เนื่องจากผมทานผักเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ที่ผมกินบ่อยๆ เห็นจะเป็นจับฉ่ายครับ วัตถุดิบก็มีผักกวางตุ้งประมาณ 3 ต้น เนื้ออกไก่ไม่มีหนัง ประมาณ 5 ชิ้น พอดีคำครับ ส่วนเครื่องปรุงผมเลือกจะใส่น้อยๆ ครับ ผมใส่น้ำมันหอยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ โดย 1 หม้อผมกินได้สองมื้อครับ มื้อละ 1 ถ้วย ถ้วยไม่ใหญ่นะครับ เอาแบบพอรู้สึกอิ่ม พอหมดถ้วยก็อัดน้ำเย็นๆ ซักสองแก้วครับ สำหรับมื้อเช้าหากใครกังวลว่าจะขาดสารอาหารหรือพลังงานจะน้อยไป ก็สามารถใส่ไข่ได้ 1 ฟองครับ เนื้อหมูอีกนิดหน่อย แต่ขอเป็นหมูแดงล้วนๆ นะครับ หรือจะเป็นอกไก่แบบผมก็ได้ครับ สำหรับแคลลอรี่ของมือเช้านี้ผมให้ที่ 250 กิโลแคลลอรี่ครับ (อาจจะไม่ถึง 200 ด้วยซ้ำครับ)

เที่ยง

สำหรับมือเที่ยงผมอาจจะกินเยอะหน่อย แต่เลือกที่แคลลอรี่น้อยๆ ครับ ผมเลือกอาหารอีสานและมีเนื้ออีกเล็กน้อยครับ งดข้าวเหนี่ยว อาจจะมีขนมจีนได้เล็กน้อย สำหรับเมนูที่ผมสั่งก็มี ตำแตงกับปลาย่าง 1 ตัว (ปลากินไม่หมดเก็บไว้กินตอนเย็นได้) ส้มตำปูปลาร้าและอกไก่ย่าง 1 ไม้ ผมไม่กินตำไทยครับเนื่องจากมีการใส่น้ำตาลปีปไปเยอะพอสมควรเลยครับ หรือถ้าวันไหนผมเบื่ออาหารอีสานผมเลือกที่จะกินสลัดครับ แต่ปัญหาจะอยู่ที่น้ำสลัดครับ ผมจะไม่ใส่น้ำสลัดครีมแบบที่มีขายทั่วไปนะครับ เพราะนั่นแหละคือสาเหตุที่หลายๆ คนกินสลัดแล้วบอกว่ามันลดไม่ลง ผมเลือกที่จะกินแบบสลัดไทย(ยำ)หรือสลัดญี่ปุ่นครับ ตรงนี้ผมให้พลังงานอยู่ที่ 300-400 กิโลแคลลอรี่เลยครับ ซึ่งรวมกับมื้อเช้าก็ยังไม่เกิน 700 กิโลแคลลอรี่

เย็น

มื้อเย็นผมเลือกที่จะไม่กินข้าวครับ แต่ผมจะอัดด้วยผลไม้แทนครับ แต่ให้เลือกผลไม้ที่ไม่หวานนะครับ เช่น แอปเปิ้ลเขียว 1-2 ลูก (สองลูกได้ในกรณีที่ลูกเล็ก) ฝรั่ง 1 ลูก (ผมทานฝรั่งบ่อยที่สุดเพราะอยู่ท้องครับ) หรือผลไม้อื่นๆ ที่ไม่หวาน และไม่ควรทานเยอะแล้วครับ หากหิวมากผมแนะนำสูตรนี้ให้ครับ คือ เมล็ดแมงลัก 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 แก้ว ใส่แมงลักในน้ำ 1 แก้วแล้วกินให้หมดครับ จะอยู่ท้องได้ดีเหมือนกันครับ

สำหรับผมแล้วก็ทำประมาณนี้ครับ สามารถลดน้ำหนักได้เรื่อยๆ ครับ ในระยะแรกอาจจะลดได้เร็วหน่อยเพราะร่างกายจะไปดึงพลังงานไขมันที่ยังใหม่ๆ อยู่มาใช้เลยลดได้เร็วครับ?แต่ผมขอย้ำไว้เลยครับ ให้ทำตามสูตรนี้ไปจนครบ 3 เดือนนะครับ หากเราลดตามที่เราพอใจแล้วก็สามารถกลับมากินปกติได้ครับ ย้ำนะครับ กินแบบปกติคือ กินไม่เกิน 2000 นะครับ! ไม่ใช่กลับไปกิน 3000-3500 แบบเดิม แบบนั่นก็จะกลับมาอ้วนอีกครับ

สุดท้ายผมขอน้อมรับคำแนะนำจากเพื่อนๆ ที่มีประสบการณ์มากกว่าผม แนะนำมาได้เลยนะครับ ผมน้อมรับทุกคอมเม้นต์ครับ เพราะผมก็อาจจะผิดผลาดอะไรไปบ้างนะครับ แต่ผมมาบอกตรงนี้เพราะผมทำแล้วได้ผลจริงๆ ไม่ต้องออกกำลังกายด้วย! ก็ขอให้เพื่อนๆ ที่ต้องการจะลดน้ำหนักทุกคนทำให้ได้ถึงเป้าหมายนะครับ หากท้อก็กลับมาอ่านบทความนี้ได้อีกเพื่อเรียกกำลังใจนะครับ และขอให้มีวินัยจริงๆ ครับ

Thapakorn
Follow me

Thapakorn

Programmer / Startup Owner at Phuketinnova Col., Ltd.
โปรแกรมเมอร์ที่ชอบถ่ายภาพและปั่นจักรยาน(แต่ไม่มีจักรยาน) ชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องบินและคอมพิวเตอร์ ใฝ่ฝันอยากเป็นนักบินแต่ได้เป็นโปรแกรมเมอร์ :P
Thapakorn
Follow me

Leave a Reply